มหันตภัยไวรัสมรณะ ติดเชื้อทะลุล้าน ตายเฉียดแสน

Thai

สถานการณ์​การแพร่ระบาด​ของโค​วิด​-19​ ในซีกโลกตะวันตก​ยังอยู่ในสภาพที่เลวร้ายทั้งในทวีปยุโรปและทวีปอเมริกาเหนือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่สหรัฐอเมริกาซึ่งจะเห็นได้จากจำนวนผู้ติดเชื้อในสหรัฐอเมริกามีมากเป็นอันดับหนึ่งของโลก
พฤหัสบดีที่ 9 เมษายน 2563 เวลา 10.00 น.

นับตั้งแต่มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์​ใหม่​ 2019​ เป็นรายแรกเมื่อวันที่​ 1 ธ.ค.62 ที่นคร​อู่ฮั่น​ มณฑล​หูเป่ย​ สาธารณรัฐประชาชนจีน  ต่อมามีการยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิตในจีนเป็นรายแรกเมื่อวันที่ 9 ม.ค. 63​  และมีผู้เสียชีวิตนอกประเทศจีนที่ฟิลิปปินส์เป็นรายแรกเมื่อวันที่ 1 ก.พ.​63 อีกทั้งมีผู้ติดเชื้อเป็นรายแรกนอกทวีปเอเชียที่นครปารีส​ ฝรั่งเศส​ เมื่อวันที่ 28 ก.พ.​ 63

คอลัมน์ “ว่ายทวนน้ำ” ได้นำเสนอบทความในหัวข้อเรื่อง “ไวรัสโคโรนาสายพันธ์ใหม่ 2019 ป้องกันได้ รักษาได้”  เมื่อวันที่  6 ก.พ. 63 ซึ่งในวันนั้นมีรายงานผู้ติดเชื้อ 27,633 ราย​ เสียชีวิต​ 564 ราย​ เป็นการเสียชีวิตในจีน  ​562 ราย​ เสียชีวิตในฮ่องกง​ 1​ ราย ​ และเสียชีวิตในฟิลิปปินส์ 1 ราย​ ​ ในห้วงระยะเวลาราว 2 เดือนที่ผ่านมานั้นสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่  2019​ ซึ่งองค์การอนามัยโลกเรียกชื่ออย่างเป็นทางการว่า โควิด-19  มีการแพร่ระบาดลุกลามขยายวงกว้างไปอย่างรวดเร็วในกว่า 200 ประเทศและดินแดนในทั่วโลก  ซึ่งเมื่อวันที่ 2 เม.ย. 63 มหาวิทยาลัยจอห์น​ฮอปกินส์​ สหรัฐอเมริกาเปิดเผยรายงานว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 มีผู้ติดเชื้อทั่วโลกมากถึง 1,002,000 ราย ​เสียชีวิต 51,000 ราย​ จำนวนผู้เสียชีวิตมีอัตราเฉลี่ยเท่ากับร้อยละ 5 ของผู้ติดเชื้อ​ นับเป็นหายนภัยของมวลมนุษยชาติที่เกิดจากโรคอุบัติใหม่​ โดยมีคนเป็นพาหะแพร่ระบาดไปอย่างรวดเร็วอย่างที่ไม่เคยปรากฎมาก่อนหลังการสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อปี พ.ศ.2488

เมื่อวันที่​ 6 เม.ย.63 เวลา 10.24 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จฯออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต​ พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ​ รมว.กลาโหม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ​ ​รมว.สาธารณสุข นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบบังคมทูลรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และมาตรการแก้ไขปัญหาของรัฐบาล พร้อมทั้งรับพระราชทานพระบรมราโชบายเพื่อเป็นแนวทางในการรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 มีใจความตอนหนึ่งว่า

“… ปัญหานี้เป็นปัญหาของชาติเพราะเรื่องโรคระบาดไม่ใช่ความผิดของใคร เมื่อเกิดขึ้นแล้วเรามีหน้าที่ดูแลแก้ไขให้ดีที่สุด​ ต้องมีความเข้าใจในปัญหา​เข้าใจในสถานการณ์​ และมีความรู้เกี่ยวกับโรคก็จะเข้าใจปัญหาได้เอง ​ถ้าเรามีแผนบริหารจัดการ​ แผนเผชิญเหตุ​ มีระบบการปฏิบัติที่ดี ก็จะแก้ไขได้ถูกจุด​ ในเวลาเดียวกัน ก็ต้องทำให้ประชาชนได้เข้าใจวิธีปฏิบัติที่ถูกต้องและเหตุผลที่จะต้องปฏิบัติ เพราะการทำตามแผนปฏิบัติก็จะช่วยลดปัญหา… ​ เชื่อว่าจะแก้ไขและเอาชนะได้ ประเทศของเราถือว่าทำได้ดี น่าภูมิใจที่ทุกคนร่วมมือกัน โดยมีเป้าหมายว่า เราจะต้องสู้ให้โรคนี้สงบลงไป เพราะว่าโรคมาได้ก็ไปได้โรคจะไปไม่ได้ ถ้าเราไม่แก้ไข  บางทีต้องสละความสุขส่วนตัวเพื่อส่วนรวม​ มีความสันติอดทนก็จะแก้ไขปัญหาได้​ อันนี้ก็ขอเป็นกำลังใจให้”

ในการนี้ พระราชทานอุปกรณ์ทางการแพทย์ ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ​ พระราชทานแก่โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข โรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานคร โรงพยาบาลเหล่าทัพ และโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อบรรเทาปัญหาการขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์ อันจะช่วยเพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพในการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 ในประเทศไทย​ โดยในเบื้องต้นนี้ ได้พระราชทานเครื่องช่วยหายใจ จำนวน 132 เครื่อง และเครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว จำนวน 50 เครื่อง ซึ่งบางส่วนได้ดำเนินการติดตั้งในโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ ยังพระราชทานหน้ากากอนามัย จำนวน 2 ล้านชิ้น หมวก Face Shield จำนวน 30,000 ใบ และชุดป้องกันการติดเชื้อโรค (PPE) จำนวน 4,000 ชุด แก่บุคลากรทางการแพทย์ และโรงพยาบาลต่าง ๆ ด้วย

เมื่อวันที่ 4 เม.ย. 63 เวลา 20.00 น.(เวลาในท้องถิ่น) สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งราชวงศ์อังกฤษ ทรงมีพระราชดำรัสไปยังชาวอังกฤษผ่านสถานีโทรทัศน์​ วิทยุ และสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้ร่วมกันต่อสู้เอาชนะโควิด-19 มีใจความว่า “ข้าพเจ้าพูดกับพวกท่านในยามที่ข้าพเจ้าทราบดีว่ามีความท้าทายขึ้นทุกขณะ…ในห้วงเวลาแห่งความวุ่นวายในบ้านเมืองของเรา ความวุ่นวายได้นำมาซึ่งความเศร้าโศกสำหรับบางคน ความยากลำบากทางเศรษฐกิจสำหรับหลายคน และความเปลี่ยนแปลงอันใหญ่หลวงต่อชีวิตประจำวันของเราทุกคน… ข้าพเจ้าหวังว่าต่อไปภายหน้าทุกคนจะภาคภูมิใจกับสิ่งที่พวกท่านได้ทำเพื่อรับมือกับความท้าทายนี้…และคนรุ่นหลังจะพูดได้ว่า คนอังกฤษรุ่นนี้มีความแข็งแกร่งไม่แพ้รุ่นใด…นั่นเป็นเพราะความมีวินัยในตนเอง ความแน่วแน่ในการฝ่าฟันปัญหาด้วยอารมณ์ที่ดี และด้วยความรู้สึกเห็นอกเห็นใจกัน ที่ยังคงเป็นคุณลักษณะเฉพาะของประเทศนี้”

นายแพทย์ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก​ กล่าวเตือนว่า เจ้าหน้าที่องค์การอนามัยโลก มีความกังวลเป็นอย่างมากต่อการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของจำนวนผู้ติดเชื้อ ซึ่งในช่วง 5 สัปดาห์ที่ผ่านมาพบว่าจำนวนผู้ป่วยรายใหม่มีการเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด โดยมีผู้ติดเชื้อในเกือบทุกประเทศ ทุกภูมิภาค และทุกพื้นที่ ในขณะที่เมื่อ 3 เดือนก่อนองค์การอนามัยโลกแทบไม่มีความรู้เรื่องราวเกี่ยวกับไวรัสนี้เลย

สถานการณ์​การแพร่ระบาด​ของโค​วิด​-19​ ในซีกโลกตะวันตก​กำลังอยู่ในสภาพที่เลวร้ายลงทุกขณะทั้งในทวีปยุโรปและทวีปอเมริกาเหนือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่สหรัฐอเมริกามีผู้ติดเชื้อมากที่สุดในโลก

ประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศให้ชาวอเมริกันทั้งประเทศเตรียมพร้อมรับมือการระบาดหนักของโควิด-19 ในช่วง2-3 สัปดาห์ข้างหน้า พร้อมทั้งบอกว่าขณะนี้สหรัฐกำลังเผชิญหน้ากับความเจ็บปวดอย่างมากจากการแพร่ระบาดของโควิด-19  ขณะที่ทำเนียบขาวคาดการณ์ว่า จะมีผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ในสหรัฐเป็นจำนวนมากระหว่าง100,000 – 240,000 ราย

สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ในประเทศไทย เมื่อวันที่ 8 เม.ย. 63 โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) เปิดเผยสถานการณ์การแพร่ระบาดว่า  มีผู้ติดเชื้อ 2,369 ราย รักษาหาย 888 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 1,451 ราย​ เสียชีวิต​ 30 ราย ซึ่งมีการแพร่ระบาดของโควิด-19​ ใน 67 จังหวัด ทั่วประเทศ ส่วนอีก 10 จังหวัดยังไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อ

รายงานข่าวจากต่างประเทศเช้านี้ วันที่ 9 เม.ย. 63 ทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อราว 1,500,000 ราย​ เสียชีวิตราว 80,000 ราย โดยมีสหรัฐอเมริกามีผู้ติดเชื้อสูงสุดราว 420,000 ราย และอิตาลี มีผู้เสียชีวิตสูงสุดราว 15,000 ราย